มะขามเปียกมีประวัติการใช้มายาวนาน ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนัง เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ ในมะขาม จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ปัจจุบัน ได้มีหญิงไทยจำนวนมาก ใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก ฝ่ามือ ที่มีรอยกร้านดำ และบริเวณรักแร้ ขาหนีบ เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น และนมสดจะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มได้
สรรพคุณ
บำรุงผิว ลบรอยเหี่ยวย่น ตีนกา
ส่วนผสม
มะขามเปียก 1 กำมือ นมสดรสจืด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ มะขามเปียกแกะเม็ดเอารกออกแล้วล้างน้ำให้สะอาดผสมกับนมแล้วขยำให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาละเอียด เติมน้ำผึ้งคนให้เข้ากันก็จะได้ครีมมะขามเปียก ใส่ภาชนะมีฝาปิดเก็บไว้ในตู้เย็นวิธีใช้ ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ทาครีมมะขามเปียกทิ้งไว้ 10 นาที ล้างด้วยน้ำสะอาด สูตรข้างต้นนี้เหมาะกับคนผิวมัน ถ้าคนผิวแห้งให้ลดมะขามเปียก เพิ่มปริมาณนมสดกับน้ำผึ้งให้มากขึ้น
สูตรผสมมะขามเปียก 1 ก้อนดินสอพอง (2-3 เม็ด) วิธีผสม
นำมะขามเปียกและดินสอพองมาขยี้รวมจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว ใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอนโดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่น และเต่งตึงขึ้นด้วยสูตรผสมนี้เป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป สามารถนำมาขัดพอกผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้งและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด และไม่ต้องฟอกสบู่ตามก็ได้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือนจะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้
ที่มาwww.samunpri.com
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
หอเอนเมืองปิซา อิตาลี
หอเอนเมืองปิซา
หอเอนเมืองปิซา
หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa, อังกฤษ: Leaning Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร
การสร้าง
เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี
หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา
ประวัติ
กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมา เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกบอล 2 ลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดไว้
ในปี ค.ศ.1934 เบนิโต มุสโสลินี พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน แต่กลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอนเมืองปิซา
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 รัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา
ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1990 หอเอนเมืองปิซาถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้สมดุลยิ่งขึ้น และในวันที่ 15 ธันวาคม 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง และถูกประกาศว่าสมดุลแล้วใน 300 ปีต่อมาหลังจากเริ่มทำการปรับปรุง
ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
หอเอนเมืองปิซา
หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa, อังกฤษ: Leaning Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร
การสร้าง
เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี
หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา
ประวัติ
กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมา เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกบอล 2 ลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดไว้
ในปี ค.ศ.1934 เบนิโต มุสโสลินี พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน แต่กลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอนเมืองปิซา
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 รัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา
ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1990 หอเอนเมืองปิซาถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้สมดุลยิ่งขึ้น และในวันที่ 15 ธันวาคม 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง และถูกประกาศว่าสมดุลแล้วใน 300 ปีต่อมาหลังจากเริ่มทำการปรับปรุง
ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่พบกันบ่อยๆและแนวทางการแก ้ไขเบื้องต้น
รวบรวมปัญหาต่างๆที่พบได้บ่อยๆกับการใช้งานเครื่องคอ มพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อยๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต ้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆได้บ้าง
1. ปัญหาของ Windows - หลังจาก Setup Windows ใหม่ แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อยๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ ทำให้เครื่องไม่สามารถเขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่ - หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error ที่พบบ่อยๆมากคือ ปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
2. ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์ - RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง??อาการของ RAM หายไปดื้อๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับ และขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ - ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่างๆว่าทำงานปกติดีหรือเปล่ า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมขอ ง CPU ช่วยด้วยก็ดี - มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่นๆดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ๆกับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย - ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS - ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) - ไม่สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆเกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ๆได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็มวิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้นๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้
3. ปัญหาของ ซอฟต์แวร์ - หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไปวิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง - พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค ์เจ็ทรุ่นใหม่ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ๆของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้นๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English (USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English (USA) - สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อยๆสาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้ว ย และสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)
ที่มา: writer.dek-d.com
รวบรวมปัญหาต่างๆที่พบได้บ่อยๆกับการใช้งานเครื่องคอ มพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อยๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต ้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆได้บ้าง
1. ปัญหาของ Windows - หลังจาก Setup Windows ใหม่ แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อยๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ ทำให้เครื่องไม่สามารถเขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่ - หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error ที่พบบ่อยๆมากคือ ปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
2. ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์ - RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง??อาการของ RAM หายไปดื้อๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับ และขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ - ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่างๆว่าทำงานปกติดีหรือเปล่ า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมขอ ง CPU ช่วยด้วยก็ดี - มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่นๆดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ๆกับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย - ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS - ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) - ไม่สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆเกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ๆได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็มวิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้นๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้
3. ปัญหาของ ซอฟต์แวร์ - หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไปวิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง - พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค ์เจ็ทรุ่นใหม่ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ๆของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้นๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English (USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English (USA) - สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อยๆสาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้ว ย และสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)
ที่มา: writer.dek-d.com
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
1.แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFS ไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFS X คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยน ระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรค แล้วกด ok แล้วจะมีการยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย
2.วิธี backup registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จะปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ backup แล้วคลิกเลือกส่วน System State ดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหน คลิก start backup แระstart backup จนเสร็จ
3.วิธี restore registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จาปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ restore and manage media คลิกเลือก system state ที่ backup ไว้ คลิก start restore
4.หยุดการ auto run ของแผ่น cd ก่อน shift ค้างแล้วใส่แผ่น cd
5.ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออก โปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มีใน add remove ไปที่ start >setting>control panal>folder option เลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมด แล้วไปที่ start>run พิมพ์ inf หาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepad มองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก
6.วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\ MyComputer\NameSpace\DelegateFolders จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee} ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer By KnifeRAin
7.เมื่อ keyboard เสีย เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard ไปที่ start>run พิมพ์ OSK
8.เข้า winXp ไม่ต้องรอนาน โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก ไปที่ start>run พิม cmd มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5 แล้วกด enter แล้วลองเข้า winxp ใหม่
9.โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งาน กด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก application ดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task
10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbar บางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไม คำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิดอ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิด วิธีก็ เข้าไปที่โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrap เท่านี้มันก็จะเรียงให้ใหม่ By KnifeRAin
11.หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ ไม่เท่ากันใช่มั้ย ต้องานั่งกดให้มันเต็มจอทุกครั้งดูแล้วน่ารำคาญ เรามีวิธีแก้ง่ายๆให้คุณ หุหุหุ
1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties
2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก OK By KnifeRAin
12.ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วนปะกอบหลายอย่าง วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^ ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok จะแสดงหน้าต่าง Group Policy ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้วกด ok
13.เวลาเราใช้คำสั่ง Search (Start>Search) หาไฟล์ต่างๆในเครื่อง มันจะมีหมาน้อย ออกมาพูดแนะนำต่างๆใช่มะ หากเราเหม็นขี้หน้ามัน เราสามารถไล่มันไปได้ วิธีก็ดังนี้เลย ไปที่ Start>Search จากนั้นดูด้านล่าง จะเห็น Change preferances คลิกเข้าไปโลด คลิก Without an animeted screen character เท่านี้เจ้าหมาน้อย ก็จะเดินจากเราไปแบบงอนๆ By KnifeRAin
14.เร่งความเร็ว start menu ให้เร็วทันใจ ไปที่ start >run พิมพ์ regedit เลือก HKEY_CURRENT_USER\Control Panal\Desktop ดูกรอบขวามือ ดับเบิ้ลคลิก MenuShowDelay ปรากฏ edit string ในกรอบ value data ให้ใส่ไป 0 ไปเลย ถ้าอยากให้เร็วสุดๆ ^^
15.error report ความผิดพลาดในการใช้ windows xp หรือโปรแกรมอื่นๆ เวลามันผิดพลาดจะปรากฏหน้าต่าง error report เพื่อแจ้งไปให้ไมโครซอฟได้รู้ แต่ถ้าจาปิดหน้า ต่างนี้ ก็ คลิกขวา my com > propoties เลือก advance คลิกปุ่ม error reporting คลิกเม้าที่หน้า disable error reporting กด ok 16.System Restore จะช่วยให้สามารถเรียกระบบ window ที่สมบูรณ์กลับคืนมาเมื่อ windows มีปันหา แต่ปันหาว่า มันกินพื้นที่ไปประมาณ 15% ของ HDD ถ้าเรามีเนื้อที่ม่ายพอ ก้อปิดการทำงานส่วนนี้ไปเลย คลิกขวา my com >propoties เลือกแถบ system restore เอาเครื่องหมายถูกหน้า turn off system restore ออก กด ok
17.ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน คลิกขวา recycle bin ไป propoties ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้อีก 16% เลย ^o^
18.ปรับแต่งโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น ให้กดปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ processes เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok
19.มีบางคนใช้คอมฯ อยู่ดีๆแล้วรีสตาร์ทอัตโนมัติ สาเหตุก็เกิดจากโปรแกรมได้กำหนดค่าไว้ให้มีการรีสตาร์ทระบบอัตโนมัติเมื่อพบว่าระบบมีปัญหา วิธีแก้คือ คลิกขวา my com > propoties ที่กรอบ system propoties เลือกแถบ advance คลิกที่ setting จากกรอบ startup and recovery ที่กรอบ system failure ให้ติ๊กถูกที่ automatically restart ออก แล้วกด ok เพื่อยืนยัน หรือ นอนยัน 555
20.วิธีประหยัดไฟ คอมพิวเตอร์ start > turn off computer > turn off
mที่มา: http://www.toffeeclub.com/
1.แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFS ไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFS X คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยน ระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรค แล้วกด ok แล้วจะมีการยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย
2.วิธี backup registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จะปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ backup แล้วคลิกเลือกส่วน System State ดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหน คลิก start backup แระstart backup จนเสร็จ
3.วิธี restore registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จาปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ restore and manage media คลิกเลือก system state ที่ backup ไว้ คลิก start restore
4.หยุดการ auto run ของแผ่น cd ก่อน shift ค้างแล้วใส่แผ่น cd
5.ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออก โปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มีใน add remove ไปที่ start >setting>control panal>folder option เลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมด แล้วไปที่ start>run พิมพ์ inf หาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepad มองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก
6.วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\ MyComputer\NameSpace\DelegateFolders จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee} ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer By KnifeRAin
7.เมื่อ keyboard เสีย เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard ไปที่ start>run พิมพ์ OSK
8.เข้า winXp ไม่ต้องรอนาน โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก ไปที่ start>run พิม cmd มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5 แล้วกด enter แล้วลองเข้า winxp ใหม่
9.โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งาน กด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก application ดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task
10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbar บางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไม คำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิดอ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิด วิธีก็ เข้าไปที่โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrap เท่านี้มันก็จะเรียงให้ใหม่ By KnifeRAin
11.หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ ไม่เท่ากันใช่มั้ย ต้องานั่งกดให้มันเต็มจอทุกครั้งดูแล้วน่ารำคาญ เรามีวิธีแก้ง่ายๆให้คุณ หุหุหุ
1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties
2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก OK By KnifeRAin
12.ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วนปะกอบหลายอย่าง วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^ ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok จะแสดงหน้าต่าง Group Policy ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้วกด ok
13.เวลาเราใช้คำสั่ง Search (Start>Search) หาไฟล์ต่างๆในเครื่อง มันจะมีหมาน้อย ออกมาพูดแนะนำต่างๆใช่มะ หากเราเหม็นขี้หน้ามัน เราสามารถไล่มันไปได้ วิธีก็ดังนี้เลย ไปที่ Start>Search จากนั้นดูด้านล่าง จะเห็น Change preferances คลิกเข้าไปโลด คลิก Without an animeted screen character เท่านี้เจ้าหมาน้อย ก็จะเดินจากเราไปแบบงอนๆ By KnifeRAin
14.เร่งความเร็ว start menu ให้เร็วทันใจ ไปที่ start >run พิมพ์ regedit เลือก HKEY_CURRENT_USER\Control Panal\Desktop ดูกรอบขวามือ ดับเบิ้ลคลิก MenuShowDelay ปรากฏ edit string ในกรอบ value data ให้ใส่ไป 0 ไปเลย ถ้าอยากให้เร็วสุดๆ ^^
15.error report ความผิดพลาดในการใช้ windows xp หรือโปรแกรมอื่นๆ เวลามันผิดพลาดจะปรากฏหน้าต่าง error report เพื่อแจ้งไปให้ไมโครซอฟได้รู้ แต่ถ้าจาปิดหน้า ต่างนี้ ก็ คลิกขวา my com > propoties เลือก advance คลิกปุ่ม error reporting คลิกเม้าที่หน้า disable error reporting กด ok 16.System Restore จะช่วยให้สามารถเรียกระบบ window ที่สมบูรณ์กลับคืนมาเมื่อ windows มีปันหา แต่ปันหาว่า มันกินพื้นที่ไปประมาณ 15% ของ HDD ถ้าเรามีเนื้อที่ม่ายพอ ก้อปิดการทำงานส่วนนี้ไปเลย คลิกขวา my com >propoties เลือกแถบ system restore เอาเครื่องหมายถูกหน้า turn off system restore ออก กด ok
17.ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน คลิกขวา recycle bin ไป propoties ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้อีก 16% เลย ^o^
18.ปรับแต่งโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น ให้กดปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ processes เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok
19.มีบางคนใช้คอมฯ อยู่ดีๆแล้วรีสตาร์ทอัตโนมัติ สาเหตุก็เกิดจากโปรแกรมได้กำหนดค่าไว้ให้มีการรีสตาร์ทระบบอัตโนมัติเมื่อพบว่าระบบมีปัญหา วิธีแก้คือ คลิกขวา my com > propoties ที่กรอบ system propoties เลือกแถบ advance คลิกที่ setting จากกรอบ startup and recovery ที่กรอบ system failure ให้ติ๊กถูกที่ automatically restart ออก แล้วกด ok เพื่อยืนยัน หรือ นอนยัน 555
20.วิธีประหยัดไฟ คอมพิวเตอร์ start > turn off computer > turn off
mที่มา: http://www.toffeeclub.com/
เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด> Shift> ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น>>
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse > จะทำให้> ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น>>
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5> รับรองจะ> ได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ>>
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ > ซึ่งไฟล์นี้จะ> อยู่ใน c:windows ของคุณ>>
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4> เพื่อเป็นการเปิด> ดู URL List ในช่อง Address ได้เลย>>
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้> โดยที่ไม่> ต้องกดปุ่ม Stop>> 7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า > Address bar อย่างเร็วได้>>
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet > ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์> ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก>>
9. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิด> หน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้>>
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + > Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว>>
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start *** > Run > พิมพ์จุด> (.)> ลงไปแล้วกด Enter>>
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ > ส่วนเลื่อนขึ้นคือ> Shift + Space Bar>> 13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้>>
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ>> ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น>>
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด > Startup Menu>>
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > > Properties >> เอาเครื่องหมาย Show Click ออก>>
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น>>
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click > Mouse> ที่ปุ่ม send>> 19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้>>
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน>>
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา>>
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break>>
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + > D> ถ้า> จะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ>>
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar > ส่วนการ> เว้นบรรทัดคือ Shift + Enter>>
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete>>
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD *** Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด > Autorun> ของแผ่น CD *** Rom นั้นขึ้นมา>>
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start *** > Shut Down... *** > > Restart> จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้>>
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง > และ> Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้>>
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back > กลับ>>
30. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter > เพื่อดู> รายงานต่างๆ ของ HardWare
ที่มา: www.pantown.com
1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด> Shift> ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น>>
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse > จะทำให้> ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น>>
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5> รับรองจะ> ได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ>>
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ > ซึ่งไฟล์นี้จะ> อยู่ใน c:windows ของคุณ>>
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4> เพื่อเป็นการเปิด> ดู URL List ในช่อง Address ได้เลย>>
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้> โดยที่ไม่> ต้องกดปุ่ม Stop>> 7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า > Address bar อย่างเร็วได้>>
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet > ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์> ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก>>
9. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิด> หน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้>>
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + > Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว>>
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start *** > Run > พิมพ์จุด> (.)> ลงไปแล้วกด Enter>>
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ > ส่วนเลื่อนขึ้นคือ> Shift + Space Bar>> 13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้>>
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ>> ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น>>
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด > Startup Menu>>
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > > Properties >> เอาเครื่องหมาย Show Click ออก>>
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น>>
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click > Mouse> ที่ปุ่ม send>> 19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้>>
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน>>
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา>>
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break>>
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + > D> ถ้า> จะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ>>
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar > ส่วนการ> เว้นบรรทัดคือ Shift + Enter>>
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete>>
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD *** Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด > Autorun> ของแผ่น CD *** Rom นั้นขึ้นมา>>
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start *** > Shut Down... *** > > Restart> จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้>>
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง > และ> Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้>>
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back > กลับ>>
30. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter > เพื่อดู> รายงานต่างๆ ของ HardWare
ที่มา: www.pantown.com
วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Blog คืออะไร
Blog คืออะไร
มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับ
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ที่มา:keng.com
มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับ
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ที่มา:keng.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)